shopup.com

ดูบทความเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา Kingon P2-S4 Kingon P2 และ DeVilbiss iGo2 เปรียบเทียบรุ่นยอดนิยมปี 2026

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 แนะนำวิธีเลือกและเปรียบเทียบรุ่นยอดนิยม

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา (Portable Oxygen Concentrator หรือ POC) เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมสามารถเดินทางและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ได้

ปัจจุบันเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพามีให้เลือกหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น Kingon, DeVilbiss และ Scaleo ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งน้ำหนัก ระบบจ่ายออกซิเจน ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ และบริการหลังการขาย

หลายคนจึงมีคำถามว่า เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ยี่ห้อไหนดี? ควรเลือกกี่ระดับ? ราคาเท่าไหร่ และสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่

บทความนี้ Adler Thailand จะพาไปรู้จักเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานจริง

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา คืออะไร

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาเป็นอุปกรณ์ที่ดูดอากาศจากบริเวณโดยรอบเข้าสู่ระบบกรองและแยกก๊าซไนโตรเจน เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนก่อนส่งไปยังผู้ใช้งานผ่านสายแคนนูลา (Nasal Cannula)

เครื่องประเภทนี้แตกต่างจากถังออกซิเจน เพราะไม่ได้เก็บออกซิเจนแรงดันสูงไว้ภายในถัง แต่ผลิตออกซิเจนจากอากาศรอบตัวด้วยระบบภายในเครื่อง

จุดเด่นของเครื่องผลิตออกซิเจนพกพา ได้แก่

  • มีขนาดกะทัดรัด สามารถสะพายหรือเคลื่อนย้ายได้สะดวก

  • ใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ได้

  • บางรุ่นรองรับไฟบ้านและไฟรถยนต์ผ่านอุปกรณ์ที่กำหนด

  • ช่วยเพิ่มความคล่องตัวระหว่างเดินทางและทำกิจกรรมนอกบ้าน

  • มีหลายรูปแบบการจ่ายออกซิเจนให้เลือกตามความเหมาะสมของผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาแต่ละรุ่นไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน การเลือกใช้งานจำเป็นต้องพิจารณาตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะประเภทการจ่ายออกซิเจนและความต้องการออกซิเจนขณะพักหรือออกแรง

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพามีกี่ประเภท

ก่อนตัดสินใจซื้อ สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการทำความเข้าใจระบบจ่ายออกซิเจน เพราะเครื่องผลิตออกซิเจนพกพาไม่ได้จ่ายออกซิเจนเหมือนกันทุกรุ่น

1. ระบบ Pulse Dose

Pulse Dose คือระบบที่จ่ายออกซิเจนเป็นจังหวะ โดยเครื่องจะตรวจจับการหายใจเข้าของผู้ใช้งานและจ่ายออกซิเจนตามค่าที่ตั้งไว้

ข้อดีของระบบนี้คือช่วยใช้พลังงานและออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะกับการออกแบบเครื่องให้มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา

ข้อดี

  • เครื่องมักมีขนาดเล็กและพกพาสะดวก

  • เหมาะกับการใช้งานระหว่างทำกิจกรรมสำหรับผู้ที่ผ่านการประเมินความเหมาะสม

  • ช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับการจ่ายแบบต่อเนื่องในบางลักษณะการใช้งาน

ข้อควรพิจารณา

ระดับ Pulse Dose เช่น 1–5 ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจ่ายออกซิเจน 1–5 ลิตรต่อนาทีแบบต่อเนื่อง และไม่สามารถนำไปเทียบกับ Continuous Flow โดยตรงได้

ผู้ที่หายใจตื้น หายใจทางปาก หรือมีรูปแบบการหายใจเฉพาะ รวมถึงผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจนขณะนอนหลับ ควรได้รับการประเมินว่าเครื่องตรวจจับลมหายใจได้เหมาะสมหรือไม่

2. ระบบ Continuous Flow

Continuous Flow คือระบบที่จ่ายออกซิเจนอย่างต่อเนื่องตามอัตราการไหลที่กำหนด เช่น ลิตรต่อนาที (LPM)

ระบบนี้อาจเหมาะกับผู้ป่วยที่แพทย์กำหนดให้ใช้ออกซิเจนแบบต่อเนื่อง แต่เครื่องพกพาที่รองรับระบบนี้มักมีข้อจำกัดด้านน้ำหนัก ขนาด และระยะเวลาของแบตเตอรี่ที่ต่างจากเครื่อง Pulse Dose

ข้อควรจำ: หากแพทย์กำหนดให้ใช้ออกซิเจนแบบ Continuous Flow ไม่ควรเปลี่ยนไปใช้เครื่อง Pulse Dose ด้วยตนเอง แม้จะมีตัวเลขระดับการจ่ายที่ดูใกล้เคียงกัน

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

การเลือกเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาไม่ควรพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกจากรูปแบบการจ่ายออกซิเจน ความสะดวกในการเดินทาง และความพร้อมของบริการหลังการขาย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องผลิตออกซิเจนพกพา Adler Thailand ขอแนะนำให้ทำความรู้จักกับ 3 แบรนด์ที่มีจุดเด่นแตกต่างกันดังนี้

1. Kingon P2-S4 — เครื่องผลิตออกซิเจนพกพาน้ำหนักเบา

Kingon P2-S4 เป็นเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาที่เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวและน้ำหนักตัวเครื่อง

จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • น้ำหนักเครื่องประมาณ 1.5 กิโลกรัม ตามข้อมูลรุ่นที่จำหน่าย

  • จ่ายออกซิเจนด้วยระบบ Pulse Dose

  • ปรับระดับการจ่ายออกซิเจนได้ 1–4 ระดับ

  • รองรับการใช้งานด้วยแบตเตอรี่

  • รองรับไฟบ้านและไฟรถยนต์ผ่านอุปกรณ์ที่เข้ากันได้

  • มีทางเลือกชุดแบตเตอรี่ให้เหมาะกับระยะเวลาการเดินทาง

เหมาะกับใคร?

ผู้ที่ต้องการเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาน้ำหนักเบา สำหรับการเดินทางระยะสั้น การทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือการเคลื่อนย้ายบ่อยครั้ง โดยต้องได้รับการประเมินว่า Pulse Dose เหมาะกับความต้องการทางการแพทย์

2. Kingon P2 — เครื่องผลิตออกซิเจนพกพาสำหรับการเดินทาง

Kingon P2 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาที่มีระดับการจ่ายออกซิเจนให้เลือกมากขึ้น

จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • น้ำหนักประมาณ 1.98 กิโลกรัม

  • ระบบจ่ายออกซิเจนแบบ Pulse Dose

  • ปรับระดับได้ 1–5 ระดับ

  • รองรับการใช้งานด้วยแบตเตอรี่และอะแดปเตอร์ที่เหมาะสม

  • ออกแบบให้เคลื่อนย้ายและพกพาได้สะดวก

  • มีรุ่นที่ระบุความสอดคล้องกับข้อกำหนด FAA สำหรับการเดินทางทางอากาศ

เหมาะกับใคร

ผู้ที่ต้องการเครื่องผลิตออกซิเจนพกพาสำหรับกิจกรรมนอกบ้านและการเดินทาง โดยควรทดลองใช้งานภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อประเมินว่าการจ่ายออกซิเจนตอบสนองต่อความต้องการจริงหรือไม่

หากต้องการนำขึ้นเครื่องบิน ควรตรวจสอบเอกสารและฉลากรับรองของเครื่องรุ่นที่ซื้อ รวมถึงข้อกำหนดของสายการบินทุกครั้ง

3. DeVilbiss iGo2 — เครื่องผลิตออกซิเจนพกพาพร้อมเทคโนโลยี SmartDose

DeVilbiss iGo2 เป็นเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาที่มีจุดเด่นด้านระบบ SmartDose ซึ่งออกแบบให้ปรับการจ่ายออกซิเจนตามรูปแบบการหายใจและการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมภายในเงื่อนไขที่เครื่องรองรับ

จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • ระบบจ่ายออกซิเจนแบบ Pulse Dose

  • เทคโนโลยี SmartDose

  • น้ำหนักเครื่องประมาณ 2.2 กิโลกรัม

  • ออกแบบสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ออกซิเจนขณะเคลื่อนไหว

  • รองรับการเดินทางทางอากาศภายใต้ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

เหมาะกับใคร

ผู้ที่ต้องการเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาที่มีระบบช่วยปรับการจ่ายออกซิเจนตามลักษณะการหายใจ และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีช่วยรองรับการทำกิจกรรม โดยต้องผ่านการประเมินความเหมาะสมของอุปกรณ์

ตารางเปรียบเทียบเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา

รุ่น น้ำหนักประมาณ ระบบจ่าย ระดับการจ่าย
Kingon P2-S4 1.5 กก. Pulse Dose 1–4
Kingon P2 1.98 กก. Pulse Dose 1–5
DeVilbiss iGo2 2.2 กก. Pulse Dose / SmartDose 1–5

ข้อมูลเป็นภาพรวมสำหรับใช้ประกอบการเปรียบเทียบ ควรตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของรุ่นย่อย แบตเตอรี่ อุปกรณ์ในชุด และข้อบ่งใช้ตามคู่มือผู้ผลิตก่อนตัดสินใจซื้อ

7 วิธีเลือกเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาให้เหมาะกับการใช้งาน

1. ตรวจสอบประเภทการจ่ายออกซิเจนที่ผู้ป่วยต้องการ

เริ่มต้นจากคำแนะนำของแพทย์ว่าผู้ป่วยต้องการออกซิเจนแบบ Continuous Flow หรือสามารถใช้ Pulse Dose ได้ และต้องการออกซิเจนมากน้อยเพียงใดขณะพัก เดิน หรือทำกิจกรรม

2. เลือกน้ำหนักเครื่องให้เหมาะกับผู้ใช้งาน

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องพกพาเครื่องเป็นเวลานาน น้ำหนักอาจเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ควรพิจารณาน้ำหนักรวมของแบตเตอรี่ กระเป๋า และอุปกรณ์ทั้งหมดด้วย

3. ตรวจสอบเวลาใช้งานแบตเตอรี่

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาแต่ละรุ่นมีระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ ระดับการจ่ายออกซิเจน รูปแบบการหายใจ และสภาพแบตเตอรี่

ผู้ที่เดินทางเป็นเวลานานควรพิจารณาแบตเตอรี่สำรองและอุปกรณ์ชาร์จที่เข้ากันได้

4. พิจารณาความสะดวกในการใช้งาน

ควรเลือกเครื่องที่มีปุ่มควบคุมเข้าใจง่าย จอแสดงผลชัดเจน และระบบแจ้งเตือนที่ผู้ใช้หรือผู้ดูแลสามารถเรียนรู้วิธีตอบสนองได้อย่างถูกต้อง

5. ตรวจสอบความเหมาะสมสำหรับการเดินทาง

หากต้องใช้เครื่องผลิตออกซิเจนพกพาขณะโดยสารเครื่องบิน ต้องตรวจสอบว่าเครื่องเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายสายการบินและข้อกำหนดด้านแบตเตอรี่

6. ตรวจสอบการรับประกันและศูนย์บริการ

ควรเลือกเครื่องที่มีช่องทางบริการหลังการขายชัดเจน สามารถจัดหาแบตเตอรี่ อะแดปเตอร์ และอะไหล่ที่จำเป็นได้

นอกจากนี้ควรสอบถามเรื่องระยะเวลาซ่อม เงื่อนไขการรับประกัน และเครื่องสำรองระหว่างซ่อมหากมีบริการ

7. ทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อ

สำหรับผู้ที่ใช้ออกซิเจนตามคำสั่งแพทย์ การประเมินว่าเครื่องพกพาจ่ายออกซิเจนได้เพียงพอในสถานการณ์จริงมีความสำคัญมากกว่าการเลือกรุ่นที่มีระดับการจ่ายสูงที่สุด

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสมของอุปกรณ์ รวมถึงติดตามค่าออกซิเจนในเลือดภายใต้เงื่อนไขที่แพทย์กำหนด

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ราคาเท่าไหร่

ราคาเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาแตกต่างกันตามแบรนด์ รุ่น เทคโนโลยีการจ่ายออกซิเจน และอุปกรณ์ที่รวมอยู่ในชุด

ตัวอย่างราคาอ้างอิงของสินค้าที่แสดงบนเว็บไซต์ Adler Thailand ในปี 2026 ได้แก่

  • Kingon P2-S4 ราคาเริ่มต้นที่พบในชุดสินค้า 31,900 บาท

  • Kingon P2 มีชุดสินค้าราคาแตกต่างกันตามแบตเตอรี่และโปรโมชัน

  • DeVilbiss iGo2 มีชุดสินค้าที่รวมอุปกรณ์และแบตเตอรี่แตกต่างกัน

ราคาและโปรโมชันอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันและรายการอุปกรณ์ก่อนสั่งซื้อ

การเลือกเครื่องที่เหมาะสมควรเปรียบเทียบต้นทุนระยะยาวด้วย เช่น ราคาแบตเตอรี่สำรอง การบำรุงรักษา และบริการหลังการขาย

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาขึ้นเครื่องบินได้ไหม

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาบางรุ่นสามารถนำขึ้นเครื่องบินและใช้ระหว่างเที่ยวบินได้ หากเป็นไปตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดของสายการบิน

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง ได้แก่

  • เครื่องมีฉลากหรือหลักฐานแสดงว่าสอดคล้องกับเกณฑ์การยอมรับ POC ที่เกี่ยวข้อง

  • แจ้งสายการบินล่วงหน้าและตรวจสอบเอกสารทางการแพทย์ที่อาจจำเป็น

  • เตรียมแบตเตอรี่ให้เพียงพอตามข้อกำหนดของสายการบิน โดยบางสายการบินกำหนดปริมาณแบตเตอรี่รองรับอย่างน้อย 150% ของระยะเวลาเที่ยวบิน

  • ตรวจสอบวิธีจัดเก็บและขนส่งแบตเตอรี่สำรองอย่างปลอดภัย

  • ไม่เปลี่ยนการตั้งค่าออกซิเจนเองระหว่างเดินทางโดยไม่มีคำแนะนำของแพทย์

การอนุญาตให้นำเครื่องขึ้นเครื่องบินไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้เครื่องได้ทุกเที่ยวบินโดยอัตโนมัติ ควรยืนยันกับสายการบินก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาเหมาะกับใคร

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาอาจเหมาะกับผู้ที่จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและต้องการเพิ่มความคล่องตัว เช่น ผู้ที่ต้องออกไปพบแพทย์เป็นประจำ ผู้สูงอายุที่สามารถทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือผู้ที่ต้องเดินทางโดยใช้รถยนต์

อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของเครื่องขึ้นอยู่กับระดับออกซิเจนที่ต้องการ รูปแบบการหายใจ และข้อจำกัดทางการแพทย์ของผู้ใช้งานแต่ละราย

ผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจนต่อเนื่องตลอดเวลา หรือมีความต้องการออกซิเจนสูง ควรได้รับการประเมินเป็นพิเศษก่อนใช้เครื่องพกพาแทนอุปกรณ์เดิม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา (FAQ)

 

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาใช้ได้กี่ชั่วโมง

ขึ้นอยู่กับรุ่น ความจุแบตเตอรี่ ระดับการจ่าย และสภาพการใช้งาน ควรดูตารางระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่จากผู้ผลิต และเตรียมพลังงานสำรองให้เหมาะกับการเดินทาง

เครื่องผลิตออกซิเจนพกพาใช้ขณะนอนหลับได้หรือไม่

ต้องพิจารณาเป็นรายรุ่นและรายบุคคล โดยเฉพาะเครื่องแบบ Pulse Dose ที่ต้องตรวจจับการหายใจเข้า ไม่ควรนำมาใช้ขณะหลับโดยไม่มีการประเมินจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาต้องมีใบสั่งแพทย์ไหม

การให้ออกซิเจนเสริมเป็นการรักษาทางการแพทย์ ควรได้รับคำแนะนำหรือคำสั่งการรักษาจากแพทย์ก่อนใช้งาน ส่วนข้อกำหนดด้านเอกสารในการซื้อและการเดินทางอาจแตกต่างกันตามประเทศและผู้ให้บริการ

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาแบรนด์ไหนดี

ไม่มีแบรนด์ใดที่เหมาะกับทุกคน หากเน้นน้ำหนักเบาอาจพิจารณา Kingon P2-S4 หากต้องการ Pulse Dose 5 ระดับอาจพิจารณา Kingon P2 หรือ DeVilbiss iGo2 โดยต้องตรวจสอบความเหมาะสมด้านการแพทย์ คุณสมบัติ และบริการหลังการขายก่อนซื้อ

สรุป: เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจนเสริมขณะเดินทางหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน

สำหรับผู้ที่กำลังเปรียบเทียบเครื่องผลิตออกซิเจนพกพา ควรพิจารณาทั้งระบบจ่ายออกซิเจน น้ำหนัก ระยะเวลาแบตเตอรี่ ความเหมาะสมกับกิจกรรม และการรับประกัน

Adler Thailand มีเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาให้เลือกจากหลากหลายแบรนด์ พร้อมข้อมูลสินค้าและบริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานและครอบครัวสามารถพิจารณาอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับความต้องการได้อย่างมั่นใจ

ดูรายละเอียดเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาได้ที่ www.adlerthailand.com

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรปรับอัตราการให้ออกซิเจนหรือเปลี่ยนประเภทอุปกรณ์ด้วยตนเอง

20 ตุลาคม 2569

ผู้ชม 4605 ครั้ง

Engine by shopup.com