ดูบทความ
ดูบทความรีวิว เครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10 พกพาได้ ใช้งานที่บ้านได้สะดวกมาก !!
รีวิว เครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10 พกพาได้ ใช้งานที่บ้านได้สะดวกมาก !!
รีวิว เครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10 พกพาได้ ใช้งานที่บ้านได้สะดวกมาก !!
วันนี้ผมจะมารีวิวการใช้งานเครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10 จากประสบกรณ์ของผม ลูกค้าส่วนใหญ่ที่กำลังจะเลือกซื้อเครื่องวัดชีพจรไม่มั่นใจถึงประสิทธิภาพในการตรวจหาความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ และเกิดข้อสงสัยว่าประสิทธิภาพของเครื่องวัดชีพจรสามารถเทียบเท่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ 12 จุดตามาตรฐานของโรงพยาบาลได้หรือไม่ ผมจึงเรียบเรียงหลักการเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจแบบเข้าใจง่ายเพื่อให้ผู้อ่านจะได้มั่นใจในการใช้เครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10 มากยิ่งขึ้นนะครับ
หลักการเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจ
การเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจจะมีการสร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นมา ซึ่งการตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้าจะทำให้เราทราบว่าหัวใจเต้นเป็นจังหวะปกติหรือไม่ สม่ำเสมอหรือไม่ โดยจะแสดงออกมาในลักษณะของเวกเตอร์ไฟฟ้า และเป็นแนวทางให้กับแพทย์วินิจฉัยความผิดปกตินี้ว่าสามารถเกิดโรคอะไรขึ้นได้บ้าง
หลักการพื้นฐานของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 จุด
เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจโดยการติดตัววัดชีพจร (marker) บนร่างกายทั้งหมด 10 จุด (12-lead) เพื่อให้เห็นการวิ่งของกระแสไฟฟ้าทั้ง 4 ห้องหัวใจ ตำแหน่งของตัววัดชีพจรแต่ละจุดก็จะทำหน้าที่ วัดสัญญานการวิ่งของกระแสไฟฟ้าจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
หลักการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจด้วยเครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10
เป็นการวัดกระแสไฟฟ้าจากมือขวาไปมือซ้าย (Single-lead) สามารถบอกอัตราการเต้นหัวใจ, วัดที่ทำการวัด,เวลาที่วัด,ประเมินผลการวัด และสามารถตรวจวัดภาพรวมของหัวใจทั้งหมดออกมาเป็นเวกเตอร์ไฟฟ้าได้เทียบเท่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าของหัวใจของโรงพยาบาล แต่จะต้องใช้ซอฟต์แวร์เสริมในการแสดงผลทางเวกเตอร์ เพื่อส่งรีพอร์ตให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยต่อไปได้
สเปกและคุณสมบัติ
- เครื่องมีขนาดเล็กขนาดเพียง 100x45x15 mm น้ำหนัก 60 กรัม
- หน้าจอ LCD ขนาด 77"
- แสดงผลขณะการใช้งาน อัตราการเต้นหัวใจ, คลื่นความถี่การเต้นหัวใจ, นาฬิกา, ปริมาณแบตเตอรี่, เวลาในการวัด
- แสดงผลขณะหลังการใช้งาน อัตราการเต้นหัวใจ, วันที่วัด, เวลาที่วัด, ประเมินผลการวัด (ปกติ-ผิดปกติ พร้อมบอกสาเหตุ)
- เครื่องสามารถเก็บสถิติอัตราการเต้นของหัวใจ สามารถเปิดดูย้อนหลังได้ผ่านตัวเครื่อง และ บนคอมพิวเตอร์
- มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์สำหรับปริ้นรีพอร์ตให้แพทย์วินิจฉัยต่อไปได้ สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ผ่านหน้าเว็ปสินค้าได้
- ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านสาย Micro USB แถมให้ในกล่อง 1 เส้น
สำหรับบทความนี้ผมจะมารีวิวควบคู่กับการใช้งานซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ให้ดูด้วยนะครับ
ภายในกล่องที่บรรจุมา คุณภาพของกล่องบรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรง เมื่อเปิดกล่องมาแล้วจะพบกระดาษคู่มือเครื่องวัดชีพจร และสายชาร์จแบตเตอรี่ผ่านสาย Micro USB
อุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในกล่องประกอบไปด้วย
1.คู่มือการใช้งาน 1 ชุด (ภาษาอังกฤษ)
2.สาย Adapter
3.ในส่วนของการดีไซน์ ตัวเครื่องมีความเรียบหรู เหมาะสำหรับใช้ภายในครอบครัวหรือจะใช้ส่วนตัวขณะเดินทางแล้วเกิดอาการใจสั่นหวิวสามารถใช้ประเมินผลได้ทันที
วิธีการใช้งาน
- กดปุ่มสีฟ้าค้างไว้ 2 วิ ตัวเครื่องวัดชีพจรจะส่งเสียงเดียวกับการวัดอัตราการเต้นหัวใจ 1 ครั้งและ ไฟแสดงผลจะโชว์ขึ้นบนหน้าจอ
- สามารถวัดได้ 4 ตำแหน่งของร่างกาย ได้แก่ ฝ่ามือ แขน หน้าอกซ้าย และขา ดังรูป
หน้าจอแสดงผลกราฟจะเป็นสีส้ม แสดงว่าเครื่องกำลังหาคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ
เมื่อเครื่องตรวจพบคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ ให้วัดชีพจรอยู่ในท่านั้นอยู่และรอเครื่องประมวลผล 10 วิ
- หน้าจอแสดงผลสรุปการตรวจพบคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ แบ่งออกได้เป็น 4 ผลการวิเคราะห์
- No abnormal = ไม่มีความผิดปกติ
- Bradycardia = ภาวะหัวใจเต้นช้า
- Arrhythmia = ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ
- Missed Beat = ไม่สามารถตรวจจับคลื่นไฟฟ้าของหัวใจได้
การชาร์ตแบตเตอรี่
เมื่อเสียบสายชาร์ตแบตกับเครื่องวัดชีพจรแล้ว หน้าจอจะแสดงผลเป็นรูปแบตรี่กำลังชาร์ตไฟ ซึ่งในระหว่างชาร์ตแบตเราจะไม่สามารถใช้ฟังก์ชั่นวัดคคลื่นไฟฟ้าของหัวใจได้
วิธีการปริ้นรีพอร์ตด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อส่งให้แพทย์วินิจฉัย
ดาวโหลดโปรแกรม Portable ECG Monitor เพื่อใช้สำหรับดาวโหลดข้อมูลจากเครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10
1)เปิด Google เสิร์ชคำว่า contecmed
2)คลิกที่ชื่อเว็บ Download | Software
3)คลิก DOWNLOAD และเลือก Software
4)คลิก Download ในช่องเดียวกับ PM10 และรอจนดาวโหลดสำเร็จ
5)เมื่อโหลดสำเร็จ ให้เปิดโปรแกรม PM10 โปรแกรมจะให้เลือกภาษาที่ใช้ในขั้นตอนการติดตั้ง
6)เมื่อติดตั้งโปรแกรมสำเร็จ จะมีป๊อบอัพแสดงผลว่าเราลงสำเร็จเรียบร้อย
7)เข้าโปรแกรม Portable ECG Monitor
8)นำเครื่องวัดชีพจรมาต่อเข้ากับโน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ที่ต้องการดึงข้อมูลจากเครื่องวัดชีพจร
9)โปรแกรม Portable ECG Monitor จะถามหาเครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10 กดคำว่า new Search หลังจากต่อUSBเครื่องวัดชีพจรเข้ากับโน้ตบุ๊ค
10)โปรแกรมจะแสดงผลข้อมูลที่เคยถูกบันทึกไว้ในเครื่องวัดชีพจร ให้เราดับเบิ้ลคลิกรายการที่ต้องการจะปริ้นกราฟเวกเตอร์ไปให้แพทย์วินิจฉัย
11)โปรแกรมจะดาวโหลดรายการที่เราเลือกไปบันทึกในช่อง manage ให้เราดับเบิลคลิกรายการที่เราเลือกมา
12)โปรแกรมจะแสดงผลทางเวกเตอร์เป็นกราฟอัตราการเต้นของหัวใจมาให้ เราสามารถปรับซูมให้เล็กหรือใหญ่ได้ด้วยการปรับช่อง Gain และ Speed เมื่อได้ขนาดที่เหมาะสม ให้เรากด Print
13)หน้าตาของกราฟแสดงอัตราการเต้นของหัวใจ
สรุปการใช้งานเครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10
เนื่องจากเครื่องวัดชีพสามารถสแกนวัดคลื่นไฟฟ้าของหัวใจได้เทียบเท่ากับมาตรฐานของโรงพยาบาล ส่วนตัวผู้เขียนจึงไว้วางใจให้เครื่องวัดชีพจร รุ่น PM10 เป็นผู้ช่วยในการเฝ้าระวังโรคหลอดเลือดหัวใจตีบของคนในครอบครัว อีกทั้งยังพกพาได้ง่าย และมีความคล่องตัวสูง เมื่อลงซอฟต์แวร์เครื่องวัดชีพจรมาไว้ในโน้ตบุ๊คของเราไว้แล้ว เพียงแค่เสียบสายUSBต่อเข้ากับตัวเครื่องวัดชีพจรก็สามารถดึงข้อมูลเข้าโปรแกรม PM10 แล้วสามารถสั่งปริ้นกราฟคแสดงคลื่นไฟฟ้าของหัวใจออกมาเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยต่อไปได้เลย
สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ โดยผู้เขียน ลิขสิทธิ์ภาพถ่าย ทั้งหมด เป็นของ Adler Medical Supply และผู้เขียน ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เผยแพร่ครั้งแรกใน www.adlerthailand.com 1 กรกฎาคม 2563
Copyright (c) 2018 Text and Pictures. Use of such content either in part or in whole without permission is prohibited. First published in www.adlerthailand.com 1 July 2020
01 กรกฎาคม 2563
ผู้ชม 18373 ครั้ง